Mindfulness คืออะไร ทำไมถึงทำให้ชีวิตดี

10 มกราคม 2567

Mindfulness นั้นถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยทั่วไปคนไทยมักจะอธิบาย Mindfulness ว่าหมายถึง "สติ" ซึ่งหากให้อธิบายอย่างชัดเจนก็คือ สภาวะของการมีสติ รู้เท่าทัน ทั้งร่างกายและจิตของเราอยู่เสมอ ซึ่งสภาวะนี้จะช่วยให้เราดำเนินชีวิตประจำวันเกิดขึ้นโดยรู้ตัวตลอดเวลา ไม่จมอยู่กับความทุกข์ หลงระเริง หน้ามืด หรือตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ 

การมีสติคือไม่หลง ไม่ลืมตัว ไม่เผลอไปกับสิ่งกระตุ้นรอบตัว รู้ตัวเสมอทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น หากรับประทานอาหารอยู่ ก็รับรู้ว่าตนกำลังรับประทานอาหารอยู่ รับรู้รสชาติ เคี้ยวอย่างมีสติรู้ตัว แต่โดยธรรมชาติหากเราไม่ฝึกฝนจิตใจให้รับรู้เท่าทันตัวเอง ก็จะเป็นเรื่องง่ายที่จะเผลอตัวไหลไปกับสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ความทุกข์ ความเพลิดเพลิน ความสนุก ความโกรธ เช่น หากเผลอไปยึดติดกับความเพลินใจเราก็จะเป็นทุกข์เมื่อมันหายไป และหากเผลอไปกับเรื่องทุกข์ไม่สบายใจ โลกของเราก็จะดูมัวหมองจนไม่เห็นสิ่งอื่นที่ดีงาม

อย่างไรก็ตามหลายคนมักเข้าใจผิดว่าการมีสติหรือ Mindfulness จะทำให้เกิดความปลอดโปร่ง สบาย มีความสุข ไม่คิดลบ ตลอดเวลา แท้จริงแล้วการดำรงอยู่ของความไม่สบาย ไม่เป็นสุข และความคิดลบนั้นไม่จำเป็นต้องถูกกำจัด บ่อยครั้งการพยายามกำจัดสิ่งที่เราไม่ชอบนั้นเองที่ทำให้เกิดความทุกข์และทำให้เราหมกมุ่น จมดิ่งอยู่กับความคิดลบเหล่านั้นจนมองไม่เห็นสิ่งอื่นในชีวิต ยิ่งนานวันแทนที่จะหายไป มันกลับยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ



การฝึกสติ หรือ Mindfulness จะช่วยให้ "รับรู้ว่ามีอยู่" แต่เรา "ไม่ได้เป็น" สิ่งที่เราคิด โดยต้องทำความเข้าใจว่าตามธรรมชาติแล้วมนุษย์มีทั้งอารมณ์และความคิดที่เป็นบวกและลบตลอดเวลา ดังนั้นเป้าหมายของการฝึกจึงไม่ใช่เพื่อหยุดคิดลบ แต่ฝึกให้รู้ทันเวลามีความคิดลบเกิดขึ้น แล้วไม่หลงไปกับความคิดลบนั้น เมื่อฝึกฝนนานขึ้นจนชำนาญ แม้จะมีความคิดและอารมณ์ทางลบแวบเข้ามา แต่เราจะเป็นอิสระจากความคิดและอารมณ์ทางลบเหล่านั้นได้ในที่สุด 

การเป็นอิสระจากอารมณ์ความรู้สึกจะทำให้เราไม่หวั่นไหวง่ายเมื่อเผชิญกับความไม่คุ้นชิน และวิธีการฝึกสติที่ดีที่สุดคือ การหัดอยู่เฉย ๆ นั่นเอง การอยู่เฉย ๆ กับทุกอารมณ์และปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในตัวเรา ไม่ตอบสนองหรือปล่อยให้มันควบคุมเรา เพียงรับรู้อารมณ์ ความคิด ความรู้สึกที่ร่างกายได้สัมผัสผ่านประสาทสัมผัสส่วนต่าง ๆ ถือเป็นการฝึกที่ลงทุนน้อย ให้ประโยชน์มาก แม้จะฟังดูเรียบง่ายแต่จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่ท้าทายอยู่เหมือนกัน เพราะหากสังเกตดูดี ๆ เราแทบจะไม่เคยอยู่เฉย ๆ กันเลยสักครั้ง เมื่อรู้สึกเบื่อ เราจะไม่ทนอยู่กับความเบื่อ แต่เราจะหาอะไรทำเพื่อหลบเลี่ยงกับการเผชิญหน้ากับความรู้สึกเบื่อ สิ่งเหล่านี้ทำให้จิตใจของเราหลงไหลไปจุดอื่นและไม่รับรู้สภาวะความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเราเลย ดังนั้นการฝึกสติในช่วงแรก ๆ อาจจะใช้การฝึกสมาธิ (meditation) ที่ถูกออกแบบมาให้ฝึกการรับรู้ลมหายใจ และการฝึกการรับรู้อื่น ๆ เช่นรับรู้การเคลื่อนไหวร่างกายด้วยโยคะ หรือฝึกรับรู้สภาวะขณะเดิน จึงเป็นทางเลือกที่ดี หรือจริง ๆ แล้วจะฝึกอยู่เฉย ๆ รับรู้สภาวะต่าง ๆ ทุกช่วงที่ว่างระหว่างพักกลางวันตอนไม่มีอะไรทำก็ได้ 

ความทุกข์ของคนเรานั้นเกิดจากการไม่ยอมรับสภาวะบางอย่างที่เราไม่ชอบ ยิ่งต่อต้านและกำจัดมันก็จะยิ่งเด่นชัดมากยิ่งขึ้น การฝึก Mindfulness นั้นจะช่วยให้เรามีใจที่เปิดกว้าง เป็นกลางต่อทุกสภาวะ และหลงจมไปกับความทุกข์น้อยลง แต่คนเรานั้นคือความไม่แน่นอน บางวันเราก็จะเผลอตัวปล่อยใจจมอยู่กับอารมณ์และความคิดต่าง ๆ ดังนั้นหากตอนไหนที่รู้ตัวว่าเรากำลังเผลอตัวจมไปกับอารมณ์และความรู้สึกทั้งทางจิตใจและร่างกาย นั่นคือสภาวะรู้ตัวแล้วเช่นกัน ไม่ต้องตำหนิหรือว่าตนเองที่เผลอหลงไปบ้าง 

Hanky House เราให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของคนไทย และเชื่อว่าผู้คนที่มีสุขภาพจิตดีจะช่วยสร้างสรรค์สังคมที่ดีงาม โดยเราบริจาคทุก 1 เปอร์เซ็นต์ของกำไรให้แก่องค์กรด้านสุขภาพจิตและโรงพยาบาลเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนสังคมที่มีสุขภาพจิตดี และสินค้าของเรายังถูกออกแบบมาให้ดูแลร่างกายและจิตใจของคุณให้สมดุล พร้อมต่อการใช้ชีวิตในทุก ๆ วัน โดยสามารถเข้าดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hankyhouse.com/landing และเราขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนเติบโตและงอกงามได้ในทุกสภาวะ พร้อมเบ่งบานอย่างเต็มที่ในแบบของคุณตลอดไป