จุลินทรีย์ในลำไส้ และสุขภาพจิต (Psychobiotics)

23 สิงหาคม 2567

Psychobiotics อาจจะฟังดูไม่คุ้นหูนัก แต่พักหลังก็ถูกพูดถึงกันบ่อยมากขึ้นในวงการสุขภาพ ซึ่ง Psychobiotics นั้นคือการพูดถึงแบคทีเรียในลำไส้ที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต โดยมีงานวิจัยที่ชี้ว่าสุขภาพของลำไส้ส่งผลต่อสมองและอารมณ์อย่างมาก ซึ่งนั่นเป็นเพราะสารสื่อประสาทที่ส่งผลต่อสมอง ช่วยรักษาสมดุลทางอารมณ์ ถูกสร้างจากแบคทีเรียและยีสต์ในลำไส้ อย่างเช่น เซโรโทนิน (serotonin) อันเป็นสารสื่อประสาทสำคัญที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุข ผ่อนคลาย ผลิตจากแบคทีเรียในลำไส้มากกว่า 95% นนอกจากนี้แบคทีเรียเหล่านี้ยังผลิต กาบา (GABA), โดพามีน (Dopamine) และนั่นก็เป็นเหตุผลว่า ทำไมการกินอาหารแย่ ๆ ถึงส่งผลต่ออารมณ์อย่างรวดเร็ว

Psychobiotics ทำงานโดยการสร้างและควบคุมสารสื่อประสาท เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และโดปามีน (Dopamine) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอารมณ์ นอกจากนี้ยังช่วยลดการอักเสบในลำไส้ซึ่งมักเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล โดยการปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ Psychobiotics ช่วยลดความเครียด ปรับปรุงอารมณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสมองได้

การดูแลสุขภาพกายใจโดยใช้ Psychobiotics

1. รับประทานอาหารที่มีจุลินทรีย์ที่ดีต่อลำไส้เช่น โยเกิร์ต คีเฟอร์ (Kefir)  กะหล่ำปลีดองหรือ (Sauerkraut) กิมจิ มิโสะ อาหารหมักดองตามธรรมชาติที่ไม่มีสารปรุงแต่งหรือสารกันเสียอื่น ๆ หรือหากมีกำลังอาจหาอาหารเสริมจุลินทรีย์ให้แก่ลำไส้ โดยเลือกเป็น Lactobacillus และ Bifidobacterium ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีผลดีต่อสุขภาพจิต         

2.  รับประทานอาหารที่ดีต่อจุลินทรีย์ในลำไส้ จุลินทรีย์ในลำไส้จะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อลำไส้ของเรามีสุขภาพดี สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อจุลินทรีย์ด้วยการรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น พืช ผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด และอาหารที่มี โพลิฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้มากในพืชผักผลไม้เช่นกันโดยจะช่วยสงเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย

ควรเลือกเป็นอาหารที่ไม่แปรรูป ไม่ผสมสารปรุงแต่งหรือสารกันเสียมากเกินไป เว้นแป้งขัดขาว ข้าว นอกจากนี้ควรเลี่ยงน้ำตาลและสารให้ความหวานที่จะไปรบกวนสมดุลของจุลินทรย์ในลำไส้และเพิ่มแบคทีเรียตัวร้ายอีกด้วย การทานเนื้อแดงและเนื้อแปรรูปมาก ๆ ยังส่งผลให้แบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุล เกิดภาวะลำไส้รั่ว (leaky gut) การอักเสบในร่างกาย และทำให้อารมณ์และกระบวนการความคิดของเราได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งอาหารที่รบกวนแบคทีเรียในลำไส้เหล่านี้ยังรวมไปถึงของทอด แอลกอฮอล์ และอาหารโซเดียมสูง

3. จัดการกับความเครียด เพราะความเครียดส่งผลเสียต่อสุขภาพของลำไส้ ควรหากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย หาวิธีพักผ่อนในแบบที่เราชอบ และนอนหลับให้เพียงพอ หาอะไรที่จะช่วยให้เรารีแลกซ์ได้ในทุก ๆ วัน

สร้างบรรยากาศการนอนดี ๆ ด้วย Zen Waterless Aroma Diffuser จาก Hanky House ดีไซน์สวยงามเหมาะกับห้องนอน แสงไฟละมุนทำให้ห้องของคุณดูโรแมนติก ผ่อนคลาย เหมาะแก่การผ่อนคลายหลังวันอันเหนื่อยล้า นอกจากนี้ยังหยุดการทำงานได้โดยอัติโนมัติใน 8 ชั่วโมง ปรับระดับการกระจายกลิ่นได้ นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ในตัว พกพาง่าย ไม่ต้องเสียบปลั๊ก ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะเผลอนอนหลับไปพร้อมกับกลิ่นหอม ๆ เลยค่ะ สนใจสินค้าเข้าชมได้ที่นี่ Zen Waterless Aroma Diffuser 

4. ลองสังเกตอารมณ์หลังกินอาหารบางอย่าง เพราะร่างกายเราไม่เหมือนกัน อาหารบางชนิดเช่นอาหารแปรรูปและมีสารสังเคราะห์สูงอาจส่งผลต่อสุขภาพของเราทั้งทางร่างกายและจิตใจได้ ดังนั้นหากพบว่าอาหารประเภทใดทำให้รู้สึกอารมณ์แย่ ซึมเศร้า ใจเต้นเร็ว ใจสั่น วิตกกังวล ท้องอืด ควรหลีกเลี่ยงและปรับพฤติกรรมการกิน ฟังเสียงของร่างกายของเราว่ารู้สึกอย่างไรและต้องการอะไรบ้าง

การดูแลสุขภาพจิตของเรานั้นรวมไปถึงการดูแลร่างกายของเราด้วย ร่างกายที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ใส่ใจ ก็จะทำให้จิตใจของเจ้าของร่างกายนั้นสัมผัสได้ถึงความรักที่มีต่อตนเอง และเริ่มสัมผัสได้ถึงความสุขเล็ก ๆ ในชีวิตมากขึ้น การดูแลสุขภาพลำไส้ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้เรารู้สึกดีต่อตนเอง แสดงความรักต่อตัวเราเองและค้นพบสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้นมากกว่าเดิมได้

แหล่งข้อมูล
https://www.apa.org/monitor/2012/09/gut-feeling 
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC8234057/